วันอังคารที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

Breakfast {KadePim}



Breakfast
#เกดไม่ได้ชอบซอนย่า

NC Part (18+)
*คำเตือน* ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเนื้อหาหลัก
ถ้าไม่ชอบไม่ต้องอ่านก็ได้นะคะ
ส่วนตัวมองว่ามันค่อนข้างแรง
เด็กน้อย/คนที่ไม่ถูกจริตกับอะไรแบบนี้ข้ามไปจะดีค่ะ
.

.

.

“อ อ๊ะ! อื้ออออ…” เธอจิกมือข้างนึงเข้าขอบโต๊ะในขณะที่แขนอีกข้างถูกคนด้านบนกดเอาไว้ไม่ให้ขยับไปไหน เขาจับขาข้างนึงของเธอให้ขยับขึ้นมาตั้งชันอยู่บนโต๊ะ แทรกตัวเข้ามาอยู่ระหว่างกลางพร้อมนิ้วเรียวที่รุกล้ำเข้ามาพร้อมกันทั้งสองนิ้วในคราเดียว

ซอนย่าโน้มตัวลงไปกดจูบตามใบหน้าของอีกคน ลากไปลิ้นร้อนไปตามริมฝีปากบางที่อีกคนขบเม้มจนมันบวมแดง ขยับข้อมือเข้าออกในจังหวะเนิบนาบสลับร้อนแรง ดูดดึงลำคอของอีกคนจนเกิดรอยรักสีแดงเข้มหลายจุด ก่อนจะทาบทับร่างกายของตัวเองลงไปบนร่างกายเปลือยเปล่าที่เธอจัดการถอดชุดนอนแสนจะน่ารำคาญนั้นออกไปหลังจากทันตัวอีกคนในนอนราบลงมาบนโต๊ะ ในเมื่อไม่อยากใส่อะไรนักก็ไม่ต้องใส่

“จะครางก็ครางสิเคธี่” เขาว่าพลางยกยิ้มล้อเลียนจนเธอต้องเบือนหน้าหนีไปอีกทางก่อนจะสะดุ้งเฮือกเมื่อคนด้านบนแทรกสัมผัสด้านล่างเพิ่มเข้ามาอีก

“นี่! อ อ๊าาา... ซอนย่า โอ๊ย” เป็นความรู้สึกทรมานที่อัดแน่นอยู่กลางลำตัว มันทั้งเจ็บทั้งแสบแต่ก็เสียวซ่านจนส่วนอ่อนไหวของเธอตอบรับการกระทำของเขาอย่างน่าอาย เธอผวาตัวขึ้นกอดเขาเมื่อจะขยับไปไหนก็ขยับไม่ได้ ทั้งจิกทั้งดึงเสื้อกล้ามสีขาวที่อีกคนชอบใส่อยู่เป็นประจำจนมันแทบจะแหลกคามือพื่อหวังจะบรรเทาความหวาบวามที่เขาเป็นคนมอบให้

แต่เหมือนยิ่งเธอทรมานเขาก็ยิ่งแกล้ง ยิ่งเธอร้องขอเขาก็ยิ่งได้ใจ

ลิ้นร้อนตวัดเลียหยอกเย้ากับยอดอกทั้งสองข้าง ขบเม้มสลับดูดดึงจนคนถูกกระทำแทบจะทนไม่ไหว “อ้ะ... อื้อออ!” นิ้วเรียวกระแทกกระทั้นเสียดสีกับจุดที่ไวต่อสัมผัสและผ่านเข้าไปในร่างกายของเธอซ้ำ ๆ

“ซอนย่า! ... ไอ มะ ไม่ไหว อ๊าาา!”

ซอนย่ายกยิ้มที่มุมปากเมื่ออีกคนบิดกายเร้า ปลายเล็บของอีกคนจิกทะลุเนื้อผ้าเข้าไปที่แผ่นหลังจนเธอต้องส่งเสียงออกมาเบา ๆ ในลำคอ เธอขยับแขนที่เท้าเอาไว้กับโต๊ะขึ้นไปโอบตัวอีกคนเอาไว้แทนเมื่อเมทินีกระตุกร่างกายอย่างถี่รัว นิ้วเรียวฉีกเสื้อกล้ามตัวโปรดของเธอจนขาดออกจากกันแล้วทิ้งตัวลงอย่างหมดเรี่ยวแรง

ริมฝีปากอุ่นแนบสัมผัสลงไปบนหน้าชื้นเหงื่อของคนในอ้อมกอด แกล้งขยับข้อมือเข้าออกอีกครั้งให้อีกคนโวยวายก่อนจะดึงออกมาช้า ๆ กระชับตัวคนที่ยังหอบหายใจเอาไว้ในอ้อมกอดอย่างปลอบประโลม “หมดแรงรึยัง”

“ถ ถามอะไรเนี่ยซอนย่า”

“ก็ยูทำเสื้อไอขาด จะไม่รับผิดชอบหน่อยหรอ”

ซอนย่ายกยิ้มขำ ๆ เมื่อเห็นอีกคนชักสีหน้าไม่พอใจ แล้วดันตัวเธอให้ขยับออกห่าง “เดี๋ยวซื้อใหม่ให้ก็ได้!”

“ไอดูมีเป็นปัญหาเรื่องเงินหรอเคธ”

น้ำเสียงหยอกล้อกึ่งขบขันทำให้คนที่นอนหอบอยู่บนโต๊ะหันกลับสบตากับอีกคนก่อนจะต้องเม้มริมฝีปากเข้าหากัน คนที่ยังคงยืนอยู่ระหว่างขาของเธอทั้งสองข้าง ยกแขนเรียวขึ้นเพื่อดึงรั้งเสื้อที่เธอเป็นคนทำมันขาดออกจากตัว
บราสีดำที่กอบกุมหน้าอกของอีกคนทำให้เธอเผลอกลืนน้ำลายอย่างลืมตัว หน้าท้องแบนราบที่มีรอยกล้ามจาง ๆ จากการออกกำลังกายของซอนย่ามันชวนให้ใบหน้าของเธอเห่อร้อนขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

“อืมมม” มือเรียวที่เอื้อมมาลูบไล้หน้าท้องทำให้ซอนย่าเกร็งหน้าท้องเพราะสัมผัสวาบหวามจากอีกคน ถ้าเกดชอบเธอก็ยินดีจะให้หล่อนสัมผัสมันทั้งวันเลย แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้

“ซนหรอ” เขารวบมือทั้งสองข้างของอีกคนเอาไว้แล้วดึงเข้าหาตัว ก่อนจะยกเสื้อขึ้นมาคาบเอาไว้ ใช้มือข้างที่ยังว่างฉีกเสื้อที่ขาดอยู่แล้วให้แยกออกจากกันเป็นแนวยาว

“ยูจะทำอะไรอ่ะซอนย่า” เมทินีเบิกตากว้างเมื่ออีกคนเอาสิ้งที่เคยเป็นเสื้อมามัดข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้ด้วยกันแล้วดึงตัวของเธอให้ไปกึ่งนั่งกึ่งยืนอยู่ขอบโต๊ะ

“ลงโทษไง”

“อ๊ะ!” พอสิ้นเสียงเขาลงทรุดลงนั่งคุกเข่า สัมผัสปลายลิ้นร้อนชื้นลงบนต้นขาข้างหนึ่ง ลากไล้ผ่านกลางลำตัวของเธอไปยังอีกข้าง

ซอนย่าซุกไซร้ใบหน้าเข้าส่วนอ่อนไหวของอีกคน ดูดดึงจุดที่ไวต่อสัมผัสให้อีกคนกระตุกเบา ๆ ความวาบหวามที่ได้รับทำเอาเมทินีแทบจะยืนไม่อยู่ ยิ่งเขายกขาข้างนึงของเธอไปพาดไว้บนไหล่ ใช้ปลายลิ้นหยอกล้อกับส่วนที่เขาเองก็รู้ดีว่ามันจะทำให้เธอทรมานแค่ไหนมันยิ่งทำให้เธอแทบขาดใจตาย

มือทั้งสองข้างที่ถูกมัดติดกันไว้ด้านหน้ามันทำให้เธอไม่สามารถยึดเหนี่ยวอะไรได้เลยจากศรีษะของคนที่มัดมันไว้ นิ้วเรียวแทรกผ่านกลุ่มผมแล้วดันใบหน้าของอีกคนให้เข้ามาใกล้กว่าเดิม “ซ ซอนย่า... อะ อ๊า เร็ว เร็วอีก!”

ซอนย่าขยับลิ้นร้อนเพิ่มจังหวะตามที่อีกคนร้องขอ มือทั้งข้างบีบเค้นสะโพกกลมกลึงของอีกคนซ้ำแล้วซ้ำเล่าพลางช่วยขยับสะโพกเร่งจังหวะตามที่อีกคนต้องการ เสียงของเมทินีที่เริ่มแหบพร่ามันกลับทำให้หล่อนดูเซ็กซี่มากขึ้นไปอีก หล่อนเรียกชื่อเขาซ้ำ ๆ สลับกับการเร่งเร้า จนเขาต้องฟาดมือลงไปเต็ม ๆ บนสะโพกขาวของอีกคนอย่างทนไม่ไหว

“อ๊ะ!” หล่อนแอ่นสะโพกเข้าหาเขามากขึ้นเมื่อรู้สึกถึงความเจ็บแสบจากฝ่ามือร้อน มันเจ็บแต่ก็รู้สึกดี ยิ่งในเวลานี้เธอยิ่งอยากให้ซอนย่ากระทำกับเธอซ้ำ ๆ จนกว่าเขาจะพาเธอไปถึงปลายทาง

“อืมมม ทำอีกสิซอนย่า ท ทำแบบเมื่อกี้... แรงๆ”

เสียงหวานเอ่ยร้องขออย่างหน้าสงสาร หล่อนแอ่นสะโพกรับการกระทำของอีกคนซ้ำ ๆ ลิ้นร้อนก็ยังคงทรมานความต้องการของเธอได้เป็นอย่างดี ซอนย่าผละมือข้างนึงมาแทรกเข้าไปในช่องทางรักของเธอโดยไม่ทันได้ตั้งตัว เขาขยับมันเข้าออกในจังหวะที่ทำให้เธอเหมือนจะขาดใจ ในขณะเดียวกันก็ยังไม่ผละใบหน้าออกไปไหน


ความทรมานที่ซอนย่าเร่งเร้ามันอย่างไม่ปราณีทั้งจากภายในและภายนอกทำให้ร่างกายเปลือนเปล่าของเมทินีกระตุกถี่ก่อนจะปลดปล่อยความต้องการที่มีออกมาเป็นครั้งที่สองวันนี้ เธอทรุดตัวนั่งลงบนพื้น เอนกายพิงไปกับไหล่ของคนที่โอบเธอเอาไว้ในอ้อมกอด คำบอกรักที่เขาพร่ำบอกซ้ำ ๆ ข้างใบหูมันทำให้เธอมีความสุขที่สุดกว่าที่เคยมีมา

.

.

.

ซอนย่าเดินกลับมาที่ห้องครัวอีกครั้งหลังจากพาคนตัวสูงไปชำระล้างร่างกายแล้วก็ปล่อยให้นอนพักอยู่ในห้อง เธอส่ายหน้าไปมาให้กับผลงานของตัวเองเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน สงสัยนอกจากจะต้องทำมื้อเช้าใหม่แล้วคงจะต้องทำความสะอาดโต๊ะกินข้าวชุดใหญ่ด้วย



วันพุธที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

SEXY SHOT {KadePim}


SEXY SHOT
Sonia x Metinee


          ซอนย่าหันไปส่งยิ้มให้ทีมงานที่เดินไปฟ้องเธอถึงหน้าเซ็ทว่ามีคนเกเรถึงคิวถ่ายแล้วแต่ก็ไม่ยอมออกไปสักที ปกติคนตัวสูงที่เธอรู้จักค่อนข้างจะเป็นมืออาชีพมากเกินไปด้วยซ้ำ แต่ทำไมวันนี้อยู่ ๆ ดีถึงเกินพยศขึ้นมา หรือเพราะเห็นว่างานนี้เป็นงานที่เธอเป็นเจ้าของงานเองถึงได้กล้าเกเร
“งอแงอะไร” ซอนย่าถามขึ้นเมื่อในห้องพักเหลือเพียงแค่เราสองคน ใบหน้าสวยบ่งบอกถึงความไม่พอใจอย่างชัดเจนจนซอนย่าไม่แปลกใจเลยที่ทีมงานจะกลัวกันจนทำอะไรไม่ถูก ถึงขั้นต้องมาตามเธอ

“ไอไม่ชอบสีชมพู” หล่อนว่า พลางก้มลงมองบิกินี่ลูกไม้สีชมพูที่อยู่บนร่างกายของตัวเอง โคตรจะหวาน!! ไม่เห็นจะเข้ากับ ผู้หญิงทีทั้งสวย ทั้งเซ็กซี่ แล้วก็แซ่บอย่างเธอตรงไหนเลย

“เราตกลงกันแล้วไม่ใช่หรอเกด”

“ใช่ ไอบอกว่าถ้าไม่ black ก็ red ไง”

“แต่ยูบอกว่าแล้วแต่ไอ”

between black and red!!”

เมทินีน่ะชอบแต่บิกินี่สีเข้ม ๆ จนลิ้นชักตู้เสื้อผ้าหล่อนที่เอาไว้เก็บชุดชั้นในแทบจะเอาไปใส่ไว้ทุกข์ได้อยู่แล้ว จริง ๆ ซอนย่าว่ามันก็สวยดี อีกคนใส่อะไรก็สวยอยู่แล้ว หรือแม้แต่ไม่ใส่ก็สวย แต่ในเมื่อเธอมีโอกาสได้ออกแบบเอง ก็แค่อยากลองให้หล่อนใส่อะไรแปลกใหม่ดูบ้าง “ยูใส่สีชมพูก็น่ารักดี”

“แต่ไม่ชอบไง ไม่ชอบก็คือไม่ชอบ”

“แม้ว่าพิมจะเป็นคนออกแบบเองกับมือ พี่เกดก็ไม่ชอบหรอ”

ถ้าดุแล้วไม่ได้ผล ซอนย่าก็ต้องลองใช้วิธีอื่นดูบ้าง ซึ่งเหมือนจะได้ผล อีกคนดูอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด เมทินีหันใบหน้าที่เริ่มเปลี่ยนไปอีกที ทิ้งตัวลงบนโซฟาตัวยาว “ก็... ไม่ถึงกับไม่ชอบ เลิกทำหน้าเป็นหมาหงอยได้ไหม!”

“ก็พี่พูดอยู่เมื่อกี้ว่าไม่ชอบ”

คนแก่กว่าถอนหายใจอย่างยอมแพ้ ไม่ใช่ว่าอยากจะยอมหรอก แต่เธอแพ้จริง ๆ ซอนย่าเด็กกว่าเธอเกือบสองปีเต็ม แต่การจะเรียกเธอว่าพี่เนี่ย นับครั้งได้เลย ถ้าไม่ใช้เวลาอ้อนก็ใช้เวลาเรียกร้องความสนใจ หรือไม่ก็ใช้เพราะอีกคนรู้ว่าเธอแพ้ทางเขาอย่างเต็มประตู “เกดแค่รู้สึกว่ามัน... ไม่ค่อยเข้า”

“ทำไมจะไม่เข้าล่ะ เกดใส่สีชมพูแล้วสวยจะตาย”

ปลายนิ้วเรียวไล่สัมผัสไปตามโครงเสื้อ สายบาง ๆ ที่พาดอยู่บนไหล่ทั้งสองข้าง ไล่วนไปตามโครงด้านล่างจนถึงตะข้อที่เกี่ยวกับอย่างหมิ่นเหม่อยู่ด้านหลัง รั้งตัวคนงอแงเข้าใกล้ แนบริมฝีปากลงบนลูกไม้สีสวย

“พิม!” เมทินีสะดุ้งน้อย ๆ เมื่ออีกคนปลดตะขอชุดชั้นในของเธอออก

“เกดเป็นคนใส่ แต่พิมเป็นคนมอง” ซอนย่าช้อนสายตาขึ้นมาสบกับเธอ สลับกับก้มลงมองเนิมอกที่โผล่พ้นออกมาจากชุดชั้นใน ยิ่งเขาปลดตะขอออกจากกันมันยิ่งปกปิดอะไร ๆ ได้น้อยลง

“มองอยู่ทุกวัน —เชื่อใจกันหน่อยสิ”

เขาใช้ริมฝีปากอุ่นแตะสัมผัสลงทีเดิมแต่ครั้งนี้ไม่มีผ้าลูกไม้บาง ๆ มากั้นเอาไว้แล้ว “อ อ้ะ... เล่นอะไรเนี่ย”

ลิ้นร้อนหยอกล้อกับยอดอกที่เริ่มแข็งขืน “ช่วยทำอารมณ์ไง” เจ้าของคอลเลคชั่นชุดชั้นในบนตัวเธอพูดออกมาหน้าตาเฉย ก่อนจะเลื่อนใบหน้าขึ้นมาให้อยู่ในระดับเดียวกันอีกครั้ง ริมฝีปากสีสวยที่เข้ากันได้ดีกับชุดที่หล่อนต้องใส่ในวันนี้ยิ่งทำให้ซอนย่าอยากช่วยเมทินีเร็ว ๆ ปลายจมูกคลอเคลียอยู่ข้างแก้มอย่างหยอกล้อ

สายตาเจ้าเล่ห์ของซอนย่ามันทำให้เธอร้อนผ่าวไปหมดทั้งหมด แต่ถึงยังไงก็ไม่ควรจะเป็นที่นี่ และตอนนี้ไหมล่ะ “จะบ้าหรอ! ด เดี๋ยวใครมาเห็นจะทำยังไง” เสียงใสขาดห้วงจนไม่รู้ว่าประโยคเมื่อครู่เป็นประโยคปฏิเสธหรือเชิญชวนกันแน่

“แล้วจะออกไปถ่ายทั้งอย่างนี้หรอ” เขาลากปลายนิ้วผ่านร่องอกลง ลงไปยังหน้าท้องแบนราบที่ขมวดเกร็งเมื่อนิ้วเรียวเลื่อนผ่านลงไปต่ำกว่านั้น ก่อนจะเลื่อนตัวลงไปนั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าหล่อน ผละมือทั้งสองข้างลงมาจับขาเรียวให้แยกออกจากกัน พลางใช้ปลายลิ้นสัมผัสลงไปแทนนิ้วเรียวเมื่อครู่

เมทินีเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น เบือนหน้าหนีสัมผัสเปียกชื้นของตัวเอง “เพราะใครล่ะ!”

“ก็อุตส่ารับผิดชอบ”

“เรื่องอะไรไม่ทราบ อ อ้ะ!”

ซอนย่าเน้นสัมผัสลงไปบนส่วนอ่อนไหวของคนที่เอาแต่เถียงแบบประโยคต่อประโยค ดูสิ ทั้ง ๆ ที่เธอรับผิดชอบขนาดนี้แล้ว ก็ยังไม่หยุดดื้อเลย “รู้หน่าว่ายูกลัวมันแบ๊ว”

“ม ไม่— พิม…” ซอนย่ายืดตัวขึ้นไปกดจูบลงบนริมฝีปากของคนขี้โวยวาย ถ้าไม่ทำแบบนี้ก็จะไม่ยอมเงียบเลยสินะ ขบเม้มเบา ๆ เพื่อให้อีกฝ่ายเปิดทางให้เธอรุกล้ำได้มากกว่านี้ บดเบียดสัมผัสร้อนเข้าหากันเป็นจังหวะเนิบนาบสลับกับร้อนแรง แผ่วเบาก่อนจะค่อย ๆ หนักหน่วง ลิ้นเรียวเกี่ยวกระหวัดตักตวงความหอมหวานซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนร่างสูงต้องเอนตัวลงนอนราบไปกับเบาะแต่ก็ไม่ลืมที่จะรั้งคนด้านบนให้ตามมาด้วย

เธอไม่แน่ใจว่าร่างกายของตัวเองเปลือยเปล่าตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้อีกทีก็ตอนที่ซอนย่าผละตัวออกเล็กน้อย เพื่อไล้สัมผัสไปตามโครงหน้า ลมหายใจร้อนรดอยู่ข้างใบหู “ไอรับจะรับผิดชอบ ด้วยการทำให้ยูเป็น pink ที่ sexy ที่สุดในโลกเลย”

นิ้วเรียวที่ไล่วนอยู่กลางลำตัวแทรกเข้าไปภายในร่างกายของเมทินีทีละนิด แต่ยิ่งอีกคนขยับมันอย่างเชื่องช้ามากเท่าไหร่ เธอกลับยิ่งรู้สึกเหมือนจะขาดใจมากเท่านั้น เธอต้องการมากกว่านี้
ซอนย่ากระตุกยิ้มขึ้นทันทีเมื่อรู้สึกได้ถึงสัมผัสบริเวณข้อมือ หล่อนออกแรงขยับให้เธอเข้าไปเองอย่างใจร้อน แอ่นสะโพกขึ้นรับการเคลื่อนไหว เสียงหวานครางแผ่วอย่างพอใจ “เดี๋ยวก็เจ็บหรอก”

“ไอไม่ใช่เด็ก 18 19 แล้วนะ”

ดวงตาคมมองร่างกายของคนรักที่บิดเร้าอยู่ใต้ร่าง ใบหน้าสวยเชิดรั้นขึ้นพร้อมริมฝีปากอิ่มที่ส่งเสียงครางกระเส่า ไหนจะหน้าอกเปลือยเปล่าที่ขยับขึ้นลงตามจังหวะหายใจ ถ้าไม่ติดว่าอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าเมทินีจะต้องไม่ยืนอวดเรือนร่างอยู่หน้ากล้องท่ามกลางสายตานับสิบคู่ เธอคงจะฝากรอยรักเอาไว้ให้ทั่ว สิ่งที่ซอนย่าพอจะทำได้ตอนนี้ก็คงจะมีแค่การปรนเปรอทุกอย่างตามที่เมทินีต้องการ

อ๊าาา! พิมมม

มือข้างที่ว่างลูบไล้ไปทั่วทั้งตัวก่อนจะไปหยุดและกอบกุมหน้าอกอิ่ม สัมผัสร้อนชื้นแตะเบา ๆ ลงบนยอดอก ขบเม้มและดูดดึงกับยอดอกทั้งสองข้าง

อ อ้ะะะ....



ความคิดของเธอขาวโพลนไปหมด ลืมไปว่าที่นี่ไม่ใช่สถานที่ส่วนตัวของเรา ส่งเรียกครางกระเส่าเป็นชื่อเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า บิดกายเร้าทุกครั้งที่เขาจะพาเธอไปแตะห้วงสุดท้ายของอารมณ์แต่ก็หยุดมัน ซอนย่าชอบทรมานเธอ และเธอก็ชอบโดนซอนย่าทรมาน

ดวงตาสวยปรือขึ้นน้อย ๆ เมื่อรู้สึกว่าการกระทำในครั้งนี้มันต่างจากครั้งก่อน ๆ ใบหน้าคมของอีกคนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล เขาขยับข้อมือออกช้า ๆ พร้อมกับรอยยิ้มที่เธอรู้สึกไม่ชอบใจนัก

“อ อะไร”

เมทินีขมวดคิ้วเข้าหากันทันทีเมื่อซอนย่าขยับตัวออกห่าง เขาถอยหลังไปสองสามก้าวแล้วยืนกอดอกมองเธอด้วยรอยยิ้มที่ไม่น่าไว้ใจ ร่างกายของเธอตอนนี้ยังไม่หายสั่นสะท้ายจากการกระทำของเขาเลยด้วยซ้ำ “พิม!”

“ไอบอกว่าจะช่วยยูทำอารมณ์ไง” ร่างบางก้มตัวลงหยิบชั้นในที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นแล้วยื่นมันมาให้เธอ

“มีอารมณ์แล้วก็ไปถ่ายงานได้แล้ว”

ไอ**** อยู่ภายในใจเป็นหมื่นล้านคำมาก ๆ อิผัวเวร เมื่อเธอไม่ยอมยื่นมือไปรับมามันก็วางบิกินี่สีชมพูหวานแหววเอาไว้ด้านข้าง แล้วถอยไปยืนพิงอยู่กับประตู เธออยากจะหาอะไรเขวี้งใส่ใบหน้ายียวนของซอนย่าแรง ๆ สักที แต่ตอนนี้แค่แรงจะด่ายังไม่มีเลย ให้ตายเหอะ!

“รีบแต่งตัวสิคะคุณเมทินี หรือว่าจะต้องให้ช่วยใส่”

“ไม่ต้องมายุ่ง!”

โดนงอนแล้วสิ ซอนย่ามองตามคนที่เดินกระแทกเท้าผ่านตัวเธอไปหลังจากพยายามแต่งตัวด้วยมือสั่น ๆ ของตัวเอง มีแต่หล่อนที่ไหนล่ะที่ค้าง เธอก็ค้างไม่ต่างกัน แต่ขืนต่อให้จบในรอบนี้ เมทินีก็จะออดอ้อนเธอเหมือนทุกครั้ง ซึ่งเธอก็ไม่เคยห้ามใจได้ และบทรักของเราก็จะดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ จนกว่าหล่อนจะหมดแรง... แล้วแบบนั้นจะทำงานได้ยังไง ไม่ต้องให้ทีมงานรอกันสามสี่ชั่วโมงหรอ

ไว้เสร็จงานค่อยง้อก็แล้วกัน

วันอังคารที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

[ONE-SHOT] RED LIPS [AliceXLada]


 RED LIPS 
 LADA  x  ALICE 


"งั้นลดาก็ขอเตือนไว้เลยละกันว่าให้อลิสอยู่เฉยๆจะดีกว่า เพราะอลิสก็รู้จักลดาดีหนิ ว่าเวลาที่ลดาโกรธมันเป็นยังไง"

บทสนทนาเมื่อตอนบ่าย ยังคงวนเวียนอยู่ในความคิดของเธอมานับสิบชั่วโมง


ใช่ เพราะเธอรู้จัดลดาดีกว่าใคร รู้จักมากกว่าพี่บงกชหรือแม้แต่พี่นัสริน อลิสรู้ดีว่าผู้หญิงที่มีใบหน้างดงามราวกับพระเจ้าใช้เวลาบรรจงสร้างเธอมากกว่าคนอื่นอย่างลดา ยามรักก็แสนรัก แสนดีจนใจหาย และยามร้าย ก็ร้ายกาจเสียจนเธอแทบขาดใจ



กองประกวด Miss Beauty and Talent Thailand 2001


นางงามทุกคนต้องจับหมายเลขใหม่หลังจากการประกาศผลผู้ผ่านเข้ารอบ 30 คนสุดท้าย

เพื่อนที่รู้จักกันมาตั้งแต่รอบร้อยคนถูกคัดออกไปจนหมดทำให้อลิสต้องมานั่งกินข้าวอยู่คนเดียว


"ขอนั่งด้วยนะ" อลิสเงยหน้าขึ้นมองก่อนจะพยักหน้ารับ


เธอลอบมองผู้หญิงด้านข้างอย่างพินิจ ใบหน้าสวยที่ออกไปทางลูกครึ่งหน่อยๆ ส่วนสูงน่าจะใกล้เคียงกันนกับเธอ ดวงตาคม จมูกโด่งเป็นสันอย่างได้รูป ริมฝีปากบางถูกเคลือบด้วยลิปสติกสีแดง

ถ้าจะชมว่าสวยคงจะน้อยเกินไป ผู้หญิงคนนี้ไม่มีที่ติเลยสักนิด ชื่ออะไรนะ

"เราชื่อลดา อลิสใช่ไหม"


"รู้จักเราด้วยหรอ" เธอถามเมื่อผู้หญิงใบหน้าคมที่พึ่งแนะนำตัวเองว่าชื่อลดาเอ่ยชื่อเธอได้อย่างถูกต้อง


"แหม ก็อลิสเป็นตัวเต็งใครจะไม่รู้จักล่ะ"


อลิสยิ้มรับจางๆ แม้เธอจะไม่ชอบที่ใครต่อใครมองว่าเธอเป็นตัวเต็ง แต่ถ้ามันจะทำให้เธอได้มีเพื่อนนั่งกินข้าวทุกมื้อก็คงไม่เลวเท่าไหร่


นับตั้งแต่วันนั้น ไม่ว่าเธอจะไปไหนทำอะไรก็จะมีลดาอยู่ข้างๆ

นับตั้งแต่วันนั้น วันที่เธอเผลอปล่อยตัวปล่อยใจไปกับคนข้างกาย

และเพราะวันนั้นจึงทำให้เธอมีแผลลึกเกินจะลืมติดตรึงอยู่ในหัวใจ ทั้งความห่วงใย ทั้งความรัก ความสัมพันธ์ทุกอย่างคงเป็นเพียงสิ่งไร้ความหมายที่ลดาจัดฉากขึ้นมาตลอดระยะเวลาไม่กี่เดือนเพื่อให้เธอไว้ใจ การอยู่ข้างเธอตลอดเวลามันจะทำให้หล่อนเด่นตามไปด้วยนั่นคงเป็นสิ่งเดียวที่ลดาต้องการ


เจ็บหลังไม่เท่าไหร่หรอก แต่เธอเจ็บใจมากกว่าที่หลงเชื่อคนหลอกลวง



บางทีการคิดฟุ้งซ่านไปเรื่อยเปื่อย อาจจะช่วยได้มากกว่าการนอนนับแกะ อลิสไม่แน่ใจว่าเธอผลอยหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ จนกระทั่งรับรู้ได้ถึงความเคลื่อนไหวข้างกาย


เธอค่อยๆปรือตาขึ้นมอง แต่ดูเหมือนจะยากกว่าทุกครั้งเพราะพึ่งหลับไปได้ไม่ถึงชั่วโมง


"ลดาทำให้อลิสตื่นหรอ" เสียงคุ้นเคยกระซิบแผ่วอยู่ข้างหูทำให้อลิสลืมความงัวเงียเมื่อครู่ไปเสียสนิท


คงเปล่าประโยชน์ที่จะถามว่าหล่อนเข้ามาได้ยังไง เพราะคนอย่างลดาถ้าคิดจะทำอะไรก็ทำได้ทุกอย่างอยู่แล้ว แค่การแอบเข้ามาในห้องของเธอคงไม่ใช่เรื่องยากอะไร ที่เธอสงสัยก็คือหล่อยมีธุระอะไรในยามวิกาลแบบนี้มากกว่า


"เข้ามาทำไม"



นิ้วเรียวแหวกเสื้อที่คลุมอาบน้ำที่เจ้าของห้องสวมเป็นชุดนอน ปล่อยให้ปลายเล็บสีเข้มกรีดไปเบาๆระหว่างอกเปลือยเปล่า


"ทำไมพูดจาห่างเหินแบบนั้นล่ะ" ขาเรียวยาวที่โผล่พ้นออกมาจากเดรสรัดรูปซีทรูสีดำพาร่างบางขึ้นมานั่งคร่อมทับอยู่บริเวณหน้าท้องแบนราบของอีกคน


"ลดาคิดถึงอลิสนะ"


เสียงแหบพร่าที่ถูกเอ่ยออกมาอย่างจงใจ มันกระตุ้นความคิดความรู้สึกของเธอ ร่างระหงในชุดซีทรูมันชวนให้คิดไปถึงไหนต่อไหน ทุกสัดส่วนของลดายังติดอยู่ในใจเธอทุกห้วงคำนึง

อลิสเม้มเข้าหากันแน่น พยายามข่มใจไม่ให้ตัวเองนึกย้อนไปถึงเรื่องระหว่างเราในอดีต

แต่สายตาเย้ายวนที่ส่งมา ราวกับกำลังกลืนกินเธอเข้าไปช้าๆ

ริมฝีปากสีแดงสด ที่ห่างเพียงแค่คืบมันชวนให้หลงใหล

ปลายนิ้วที่ไล่สัมผัสไปตามลำตัว เหมือนเป็นการผลักให้เธอกลับเข้าไปอยู่ในวังวนเดิมๆ ที่จริงๆเธอไม่เคยหลุดออกมาได้เลยด้วยซ้ำ

เสียงกระซิบแผ่วข้างหูดึงรั้งให้เธอหลงอยู่ในเสน่ห์ของลดาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตกหลุมรักหล่อนนับครั้งไม่ถ้วนราวกับคนโง่ที่เจ็บแล้วไม่รู้จักจำ

ร่างบางของลดาถูกดันให้พลิกกลับลงมานอนราบอยู่กับเตียง แขนทั้งสองข้างที่เคยซุกซนตอนนี้ถูกตรึงไว้เหนือศีรษะ


หล่อนยกยิ้มเบาๆที่มุมปาก ราวกับผู้ได้รับชัยชนะที่มัวเมาเธอได้เหมือนเดิมไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม


"รุนแรงได้แบบนี้ แปลว่าหลังคงหายดีแล้วใช่ไหม"


เล่นกับไฟมันร้อนแค่ไหน เธอรู้ดี

แต่หากเลือกที่จะเป็นน้ำมันแล้ว จะให้กลับไปผสมกับน้ำก็คงจะเป็นไปไม่ได้

"เดี๋ยวก็รู้เอง"



ชิ้นส่วนของชุดคลุมอาบน้ำถูกดึงออกมาโดยเจ้าตัว เปลี่ยนหน้าที่จากการผูกไว้รอบเอวมาพันอยู่รอบข้อมือเล็กเพื่อยึดแขนของคนเจ้าเล่ห์เอาไว้กับหัวเตียง


ริมฝีปากบางบดเบียดเข้าหากันอย่างรุนแรง มันไม่ใช่ความคิดถึง มันยิ่งกว่าความโหยหา

เดรสซีทรูสีเข้มถูกกระชากออกจากร่างบางอย่างไม่ใยดี เป็นความรู้สึกที่มากกว่าเกินกว่าจะบรรยายออกมาได้เป็นคำพูด
ร่างกายทุกส่วนแนบสนิทอย่างยากที่จะแยกออกจากกัน เป็นเหมือนการสาดน้ำมันเข้ากองไฟ ที่พร้อมจะติดตลอดเวลา ไม่ว่าที่ไหน และเมื่อไหร่


"อลิสจะไม่ปล่อยมือลดาจริงๆหรอ" เสียงใสเอ่ยถามแผ่วเบาอย่างเหนื่อยหอบ


หากอลิสยอมปล่อยมือเธอให้เป็นอิสระ ลดาจะดึงหล่อนมากอดไว้แน่นเพื่อระบายความกระสันที่ถูกมอบให้ครั้งแล้วครั้งเล่า
แต่หากคำตอบคือไม่ ลดาก็จะยอมให้หล่อนพาเธอไปที่ไหนก็ได้ที่หล่อนอยากจะไป จะเป็นปุยเมฆที่ลอยละล่องอยู่บนท้องฟ้า หรือดำดิ่งลงไปใต้มหาสมุทรเธอก็ยินดี

"ลองเป็นคนโดนกระทำดูบ้างสิ ลดาอาจจะชอบก็ได้" แทบจะนับครั้งได้ที่ได้เห็นสายตาเจ้าเล่ห์ ราวกับกำลังมีแผนการอะไรบางอย่างอยู่ในใจจากคนอย่างอลิส และนั่นก็เป็นเสน่ห์อีกอย่างที่ทำให้เธอไม่เคยชนะผู้หญิงคนนี้ได้จริงๆสักที


นับไม่ได้ว่ากี่ครั้งที่อลิสรุกเร้าให้เธอเกือบจะขึ้นไปแตะสรวงสวรรค์แล้วก็ดึงเธอลงมา

เหมือนหล่อนจงใจผลักให้เธอตกลงหน้าผา แต่ก็เอื้อมมือไปกระชากที่เธอขึ้นมาอีก

ยิ่งแขนเรียวที่ถูกตรึงเอาไว้ยิ่งทรมานเธอมากขึ้นไปอีก ครั้งแล้วครั้งเล่าที่อลิสปลุกปั่นอารมณ์จนเธอต้องกรีดร้องออกมาเพราะเป็นทางเดียวที่พอจะช่วยผ่อนความรู้สึกทรมานจากกลางลำตัวไปได้บ้าง


อลิสพร่ำจูบจนพอใจไปทั่วทั้งลำตัว แขนเรียวเล็ก ไหล่บางๆ เนินอกที่ขยับขึ้นลงอย่างเหนื่อยหอบ หน้าท้องเป็นลอนจางๆอย่างคนออกกำลังกาย ต้นขาขาวและไล่ลงไปจนถึงปลายเท้า


ก่อนจะปลดปล่อยให้ลดาปะทุอารมณ์ที่อัดอั้นอยู่นานนับชั่วโมง



15 ปีที่แล้วอลิสเคยหลงลดายังไง วันนี้ก็ยังคงเหมือนเดิม

15 ปีที่แล้วอลิสเคยรักลดาแค่ไหน วันนี้ก็ยังไม่เปลี่ยนไป



เพียงแต่... ตอนนี้เธอฉลาดขึ้นนิดหน่อยแล้ว



อลิสลุกขึ้นจากเตียงทั้งที่ยังไม่แก้มัดให้อีกคน สมาร์ทโฟนที่วางอยู่ข้างเตียงถูกหยิบขึ้นมาใช้งาน


"นั่นอลิสจะทำอะไร!" ลดาตะโกนขึ้นมาจนสุดเสียง แต่ก็ดูเหมือนจะเบากว่าปกติอยู่ดี

เพราะเรียวแรงเธอหายไปกับกิจกรรมที่เกิดขึ้นเกือบสองชั่วโมงที่ผ่านมาจนหมดสิ้น


"หยุดเดียวนี้นะ!!"


พลาด! เธอพลาดให้ผู้หญิงคนนี้จนได้ เมื่ออีกคนเดินไปมารอบๆเตียงราวกับจะเก็บภาพเธอให้ครบทุกซอกทุกมุม 

ลดาอย่าจะกร่นด่าอีกคนด้วยถ้อยคำที่หยาบคายที่สุด แต่พูดไปก็มีแต่จะเข้าตัว เพราะจะไปโทษอลิสก็ไม่ได้ ในเมื่อเป็นเธอเองที่ดั้นด้นมาหาเรื่องใส่ตัวถึงที่ห้องของหล่อน

ลดาทำได้เพียงหลับตาหนีสภาพที่น่าอับอายของตัวเอง


"ทำหน้าแบบนั้นยิ่งเซ็กซี่นะคะ" น้ำเสียงยั่วเย้าที่หล่อนเอ่ยออกมาอย่างเยาะเย้ยมันทำให้เธออยากจะกรี๊ดออกมาดังๆแต่ก็ทำไม่ได้


"ร้อยสามสิบเจ็ดรูปคงจะพอเนอะ" อลิสพึมพำเบาๆราวกับกำลังพูดให้ตัวเองได้ยินแค่คนเดียว แต่ภายในห้องที่เงียบสงัดขนาดได้ยินแม้แต่เสียงลมหายใจแบบนี้ ทำไมเธอจะไม่ได้ยินล่ะ!


ร้อยกว่ารูป! จะถ่ายไปทำโฟโต้บุ๊ครึไง!! 

ทำได้เพียงบ่นในใจเท่านั้นแหละ เกิดอีกคนบ้าทำขึ้นมาจริงๆ คนซวยก็เธอนี่ ไม่ใช่เค้า!


อลิสทิ้งตัวลงนั่งข้างๆเตียง ปลายนิ้วเรียวสัมผัสไล้ไปตามโครงหน้าสวย


"ถึงลดาจะมาดูแลกองประกองในตำแหน่งของพี่นัท แต่ยังไงลดาก็ยังมีประสบการณ์เกี่ยวกับกองประกวดนี้น้อยกว่าอลิสอยู่ดี เพราะฉะนั้น...."


หล่อนเว้นช่วง แล้วเชยปลายคางอีกคนให้หันกลับมาสบตาก่อนจะพูดต่อ


"หลังจากนี้ลดาจะทำอะไร อย่าลืมมาปรึกษาอลิสก่อนนะ"


พูดเพียงแค่นั้นอลิสก็ผละออก แล้วเดินไปทางประตู


"อลิส จะไปไหน อลิส อลิส!!"


ร่างเปลือยก้มลงหยิบชุดคลุมอาบน้ำที่ถูกโยนไปกองอยู่บนพื้นหน้าประตูขึ้นมาใส่

"ไปก็อปปี้ไฟล์ค่ะ เผื่อมีคนมือบอนแอบมาขโมยโทรศัพท์อลิสไป อลิสจะได้ยังมีรูปอยู่"

"อลิส!! มาปล่อยลดาเดี๋ยวนี้นะ อลิสสสส"



_____________________________________


ฮืออออ งานหยาบมาก 555555 แต่งสนอง need ตัวเองล้วนๆ >////<

ติชมกันในคอมเม้นได้นะคะ ในทวิตไม่มีแท็กอ่ะ มันเป็นแค่วันช็อตเนอะ

ปล.พี่อลิสในเรื่องนี้อาจจะไม่ได้อ่อนโยนมุ้งมิ้งเหมือนใน SS2 นะคะขอผสมๆกับ SS1 สักนิดนึง

แซ่บดี คนอ่านจะชอบมั้ยไม่รู้ แต่คนแต่งชอบมาก 55555

twitter : @Liqueur_418


วันพุธที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2559

Sexy SHOT - BeeCris


SEXY SHOT

คำเตือน!
ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่เกิดจากจินตการของผู้แต่ง
ห้ามเอาไปปนกับความจริง หรือมโนจนเกินพอดี
ความมโนของเราเก็บไว้ในฟิคและกรี๊ดกันในกลุ่มแฟนคลับเท่านั้น

เชิญเสพค่ะ



แสงแฟลชสะท้อนวิบวับติดต่อกันราวห้านาที

"โอเคครับ เดี๋ยวเซ็ทสุดท้าย พี่ขอแบบเซ็กซี่ที่สุดเลยนะ ถอดอันเดอร์แวร์เลย"

มือเรียวผละออกมาจากเอวบาง
แล้วเอื้อมไปด้านหลังเพื่อที่จะปลดตะขอบราของตัวเอง

"เอ่อ... พ พี่ใหญ่คะ คริสขอเวลา"

ช่างภาพวัยกลางคนเงยหน้าขึ้นจากการเช็ครูปมามองคนตัวเล็ก

"มีปัญหาอะไรรึป่าวคริส"

คนตัวเล็กอ้ำอึ้ง เพราะเธอไม่รู้จะบอกยังไงว่าจริงๆแล้วเธอก็แค่ยังไม่พร้อมที่จะเปลือยกายต่อหน้าคนที่ยืนอยู่ข้างหลังเธอ

น้ำทิพย์กระตุกยิ้มที่มุมปาก
"กลัวหรอ"

"นี่!"
ศิรินหันขวับกลับไปหาคนที่สูงกว่าเธอเกือบสิบเซน

"อายอะไร ทำเป็นไม่เคย"

ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากัน

เสียงยั่วยวนที่ไม่รู้ว่าอีกคนตั้งใจจะกวนประสาทหรือปั่นปวนอารมณ์เธอกันแน่
แต่มันทำให้เธอร้อนผาวไปทั้งตัว

"พูดบ้าอะไร!"

น้ำทิพย์ดึงเอวบางเข้ามาแนบกับตัวแล้วพาอีกคนเดินไปหาช่างภาพที่มองมาทางพวกเธออย่างงงงวย

"คือคริสเค้ากลัวภาพออกมาไม่ดีน่ะค่ะพี่ใหญ่ ขอเวลาสักสิบนาทีนะคะ"

ด้วยความเพอร์เฟคชั่นนิสและอยากให้งานออกมาดี
ช่างภาพมืออาชีพพนักหน้าเข้าใจในสิ่งที่น้ำทิพย์พูด

"ฝากด้วยนะบี บีน่าจะรู้ว่าพี่ต้องการภาพแบบไหน"

นางแบบสาวขยิบตาตอบกลับไป ก่อนจะพาศิรินเข้าไปในห้องพัก


"ขอบคุณ แต่คริสขออยู่คนเดียว"

ร่างสูงเดินออกไปอย่างว่าง่าย จนเธออดที่จะแปลกใจไม่ได้

แต่ก่อนที่เธอจะได้สงสัยอะไร ก็มีเสียงเคาะประตูจากทีมงานแทรกเข้ามา

"พี่คริสคะ พี่ใหญ่บอกว่ารบกวนช่วยถอดอันเดอร์แวร์ไปเลยด้วยนะคะ นี่เสื้อคลุมค่ะ"

"โอเคจ้ะ"


ศิรินเป็นมืออาชีพพอ

เธอไม่มีปัญหากับการถ่ายแบบเซ็กซี่หรือแม้แต่เปลือย
เพราะทีมงานทุกคนย่อมเซฟให้เธออยู่แล้ว

แต่เธอมีปัญหากับผู้หญิงคนนั้น
คนที่ที่ทำให้เธอดูอ่อนหัด จนเสียงานเสียการอยู่ตอนนี้ บี น้ำทิพย์

ประตูไม้สีขาวถูกเปิดพรวดเข้ามา
ทำให้ร่างเล็กที่กำลังเปลือยกายรีบหยิบเสื้อคลุมขึ้นใส่มา

"ทำไมไม่เคาะประตู!!!"

"บีเอาน้ำผลไม้มาให้เผื่อจะทำงานง่ายขึ้น"

คนตัวสูงยืนแก้วมาให้เธออย่างหน้าตาเฉย

มือเรียวตั้งท่าจะปัดแก้วน้ำสีใสแต่ก็พลาดเมื่อร่างสูงยกแก้วขึ้นไปเหนือศรีษะของเธอ

"อย่าเกเรสิคะ"
มืออีกข้างกระตุกเชือกที่ผูกเป็นปมไว้หลวมๆให้หลุดออกแล้วรั้งเอวบางเข้ามาใกล้

ศิรินยกมือขึ้นมากั้นระหว่างตัวเธอกับอีกคนเอาไว้อย่างตื่นๆ

"จะทำอะไรอีก"

"กินซ่ะ"

ใบหน้าหมวยสะบัดไปอีกทาง "ไม่"

น้ำทิพย์ก้มหน้าลงมาให้ปลายจมูกคลอเคลียอยู่ข้างแก้มใส
"จะกินหรือจะจูบ"

"กินๆๆๆ เอามาสิ" ศิรินหลับตาลงพลางดิ้นไปมาเบาๆ

"อ้าปาก"

น้ำทิพย์อมยิ้มให้กับคนตัวเล็กที่ยอมดื่มน้ำผลไม้ของเธอ จนหมดแก้ว

"ป ปล่อยคริสได้รึยัง"

น้ำทิพย์ยอมปล่อยให้อีกคนเป็นอิสระ
อีกไม่นานหรอกคริส
อีกไม่นาน คริสจะต้องการ บีเอง

"พี่บีพี่คริสคะ ...."

"กำลังจะไปค่ะ" น้ำทิพย์ตอบโดยไม่ปล่อยให้ทีมงานพูดจบแล้วหันกลับมาถามคนข้างๆ

"ไปรึยัง"

ศิรินไม่ตอบอะไร เพียงแต่เดินนำหน้าเธอออกไป


"บี คริส ถอดเสื้อคลุมเลย"

น้ำทิพย์ถอดเสื้อแล้วส่งไปให้ทีมงาน
เธอไม่มีปัญหาอะไรหรอก เพราะยืนซ้อนอยู่ด้านหลังของศิริน

แต่สำหรับคนตัวเล็กต้องรอให้มือของเธอไปประสานไว้ที่กลางลำตัว
ส่วนมือทั้งข้างของหล่อนก็ปิดหน้าอกของตัวเองเอาไว้

"บีจับไปเลยได้มั้ย พี่ไม่อยากให้มันดูเฟค"

ร่างสูงชะงักไปเล็กน้อย
ก่อนจะก้มลงไปกระซิบข้างหูของร่างบางในอ้อมกอดของเธอ

"ขออนุญาตินะคะ"

อะ คริสสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อมือเย็นสัมผัสโดนอวัยวะที่อยู่ระหว่างขา

"คริสอย่าหลับตา มองกล้องด้วย"

ดวงตาเล็กพยายามปรือขึ้นตามคำสั่ง

ยิ่งมือเย็นๆของน้ำทิพย์แนบชิดกับตัวเธอมากขึ้นเท่าไหร่
ศิรินก็รู้สึกร้อนมากขึ้นเท่านั้น

ดี
ดีครับ
สวย
สวยมาก

เสียงชมจากช่างภาพดังแว่วเข้ามาในโสตประสาท
แต่ก็ไม่เพียงพอจะเรียกสติเธอกลับมา

"ช็อตสุดท้ายพี่ขอเป็นนั่งคุกเข่านะ แล้วพี่จะถ่ายจากมุมบน"

ศิรินนั่งลงแทบจะทันที
เพราะเพียงแค่น้ำทิพย์ไม่รั้งเธอเอาไว้ เธอก็พร้อมจะลงไปนอนกองกับพื้นได้อยู่แล้ว

"มือพี่ขอเปลี่ยนนะ บีเอามือข้างซ้ายขึ้นมาช่วยคริสปิดหน้าอกหน่อย
ส่วนคริส พี่ขอแขนขวาเอาขึ้นไปโอบรอบคอบีนะ"

อุณหภูมิยี่สิบองศาจากเครื่องปรับอากาศไม่ได้ช่วยให้ความร้อนที่อยู่ในตัวของศิรินลดลงเลย
เพราะไม่เพียงแค่ช่วยปิดแต่อีกคนกลับคลึงมันเล่นอย่างสนุกมือโดยไม่กลัวว่าจะมีใครสังเกตุเห็น


ดีครับ

ถูก


"คริสมองกล้องครับ มองเยิ้มๆ ดี กัดปากก็ได้ ดีครับ"


ขาเรียวพยายามเบียดเข้าหากันอย่างห้ามไม่ได้
เพราะยิ่งเวลาผ่านไปความรู้สึกแปลกประหลาดที่เหมือนมีผีเสื้อนับร้อยมารวมกันอยู่ที่กลางลำตัว
มันก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น และมากขึ้น


"คริสคะ อยู่นิ่งๆสิ เปียกใหญ่แล้วนะ"


เธอรู้ดีว่าน้ำทิพย์ร้อนแรงมากแค่ไหน

แต่หล่อนก็ไม่ควรแผดเผาเธอได้ขนาดนี้ หรืออย่างน้อยก็ไม่ใช่ในเวลานี้


"บีทำอะไรคริส"

เสียงสั่นๆที่อีกคนพยายามพูดให้เบาที่สุด กลับทำให้น้ำทิพย์ยิ่งได้ใจ

"บีช่วย ให้คริสทำงานง่ายขึ้นไง"

คำตอบจากคนตัวสูงมันทำให้เธออยากจะหันไปตบหรือตีอีกคนสักร้อยสักพันรอบ

แล้วเลิกใช้วิธีบ้าๆแบบนี้กับเธอสักที!


"ดีมาก เสร็จแล้วครับ"

สิ้นเสียงช่างภาพว่าเธอทำงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว
นักแสดงสาวก็พยุงขาสั่นๆของตัวเองให้ยืนขึ้น แล้วเดินเข้าห้องพัก

น้ำทิพย์มองตามแผ่นหลังบางก่อนจะเดินตามไปพร้อมรอยยิ้ม



เสียงล็อคประตูทำให้ศิรินหันกลับมามอง ดวงตาเล็กหรี่ลงพร้อมคิ้วที่ขมวดเข้ากัน
บวกกับเสียงเข้มๆที่หล่อนคงคิดว่าน่ากลัว "เลิกทำแบบนี้กับคริสสักที!"

แต่ความจริงแล้วมันเซ็กซี่มากต่างหาก น้ำทิพย์ดันร่างบางที่สั่นเบาๆ ให้เข้าไปให้ห้องเปลี่ยนชุด

"ก็เลิกฝืนใจตัวเองสักทีสิ"

"ฝืนใจอะไร เพ้อเจ้อ! อ้ะ "

ลิ้นเรียวของคนตัวสูงแทรกเข้าไปเพื่อช่วงชิงลมหายใจจากอีกคน

มือเรียวบีบหน้าอกขนาดพอดีมือจนมีบางส่วนที่แข็งขืนขึ้นมา

"เลิกเถียงได้แล้ว"

ริมฝีปากบางผละออกจากส่วนเดียวกันของอีกคน แล้วมาขบเม้มอยู่ที่ใบหูเล็ก

อ อื้ออออ

"ก ก็ บีขี้ โกง"

แม้อยากจะเอาชนะคนตรงหน้ามากแค่ไหน แต่ศิรินก็ไม่เคยขัดขืนอีกคนได้สักที
ในครั้งนี้เธอจะโทษฤทธิ์ของยาบ้าๆนั่นที่บีใช้แกล้งเธอเป็นประจำก็ได้
เธอก็ไม่ใช่ทุกครั้งหรอกที่บีจะใช้มัน แล้วก็ไม่ใช่ทุกครั้ง ที่บีเป็นคนเริ่ม

เสียงแหบที่ครางกระเซ่า มันทำให้น้ำทิพย์ไม่เคยห้ามใจตัวเองอยู่

มันไม่ ถูกต้อง นักหรอกที่พวกเธอทำแบบนี้
แต่มัน ถูกใจ มากจนห้ามไม่อยู่เลยน่ะสิ

"อ๊ ะ อ่ อา บี"

ศิรินแอ่นอกรับ ทั้งยังกดหัวเธอให้จมเข้าไปอยู่ในเนินเนื้อนุ่มนิ่มเมื่อเธอตะวัดลิ้นผ่านยอดอกสีหวาน

มือข้างนึงผละจากเอวบางมาลูบไล้อยู่ที่ต้นขา น้ำทิพย์ใช้ปลายเล็บลากผ่านไปอีกครั้ง และอีกครั้ง
จนเจ้าตัวต้องจับมันไปวางให้ถูกที่

"บีคะ ได้ ป โปรด"
คนถูกขอร้องกระตุกยิ้มขึ้นที่มุมปาก

เธอชอบ ชอบเหลือเกินเวลาศิรินต้องการเธอแบบนี้
เพราะเธอต้องการอีกคนตลอดเวลา

น้ำทิพย์ทรุดตัวลงนั่งคุกเข่า เพื่อให้นิ้วเรียวแทรกเข้าไปทำหน้าที่ได้สะดวกขึ้น

ใช่

น้ำทิพย์ให้มันเข้ามาอยู่ในตัวเธอ แต่คนขี้แกล้งไม่ยอมขยับมันสักที

แล้วคิดว่าเธอจะอ้อนวอนตลอดรึไง

"บีคะ"
สิ้นเสียงเธอก็ผลักให้อีกคนลงไปนอนกับพื้นอย่างไม่ทันตั้งตัว
พร้อมตัวเองที่นั่งคร่อมอยู่บนตัวของคนหน้าคม

นิ้วเรียวที่หลุดออก
ศิรินดันมันให้กลับไปทำหน้าที่ใหม่ มือข้างนึงคลึงหน้าอกตัวเอง

อีกข้างนึงเท้าอยู่กับหน้าท้องแบนราบของบี สะโพกมนขยับขึ้นและลง ตามที่ตัวเองพอใจ

อ อื้อออ อื้มม อะ อ๊าาา า

น้ำทิพย์นอนมองเส้นผมที่ยาวประบ่าไหวไปตามแรงกระแทรก
ปลายคางเชิดขึ้นทำให้เห็นลำคอขาวที่เปียกเหงื่อ
ไล่ลงไปตามหน้าอกตึงที่ข้างนึงที่เจ้าของมันบีบเฟ้นจนไปรอยแดงจางๆ
กับอีกข้างที่ไหวไปมา จนเธออยากจะไปช่วยประคอง

บ บี อ๊ะ อ อ๊ะ อ๊า าาา

หน้าท้องขาวที่ขมวดเกร็งจนเห็นกล้ามเนื้อ
ทำให้น้ำทิพย์ทนไม่ไหวที่จะนอนมองความสวยงามนี้อยู่เฉยๆ

ใครว่าเธอร้อน แต่เธอว่าศิรินร้อนกว่าเธอสิบเท่า
ใครว่าเธอเซ็กซี่ แต่ศิรินเซ็กซี่จนเธอแทบขาดใจตาย

ใครบอกว่าเธอเป็นไฟ เธอคงไม่เถียง
แต่ใครที่คิดว่าศิรินเป็นน้ำ เธอบอกเลยว่าหล่อนคือน้ำมัน


คริสทิ้งร่างบางๆลงมาทับอยู่กับตัวของเธอหลังคริสน้อย กระตุกเกร็งรัดนิ้วเธออยู่สองสามครั้ง

"หมดแรงแล้วหรอ"

คนตัวเล็กพยักหน้าอยู่บนไหล่เธอ แล้วทำเสียงงุ้งงิ้งอะไรสักอย่างที่ถึงจะฟังไม่ออก แต่เธอก็ชอบมัน

"งั้นบีให้พัก แค่พัก นะคะ"
เธอพูดก่อนจะพยุงคริสให้ยืนขึ้น แล้วจับหล่อนแต่งตัวให้เรียบร้อย


เบาะหลังของรถในลานจอดรถบ้านจงรัชตวิบูลย์
อ่างอาบน้ำขนาดใหญ่
เตียงขนาดหกฟุตของเจ้าของบ้าน
ทำเอาทั้งเจ้าของบ้านและผู้มาเยือนสลบไสลข้ามไปจนบ่ายของอีกวัน


แต่คงไม่ต้องนับ
ระเบียง โซฟา สระว่ายน้ำ และอื่นๆที่เคยผ่านมา รวมถึงที่จะเกินขึ้นในอนาคตหรอกเนอะ


จบ
________________________________________________
เป็นวันช็อตที่หื่นเหลือเกินค่ะ บ้าจริง
ขอบคุณทุกคนที่อ่านนะคะ เนื่องจากไม่ใช่ในเด็กนี้เนอะ
อยากจะติชมอะไร เชิญที่แท็ก #BCsexyshot นะคะ
ปล.เนื่องจากเป็นจินตนาการ(ที่หื่น) ขอว่าอย่างคิดจริงจังนะคะ
ปล2.ฟิคก็ส่วนฟิค ห้ามมาลวนลามไรเตอร์นะคะ!! 5555555
twitter : @Liqueur_418
:ด้วยรัก และความหื่น แฮ่!