RED LIPS
LADA x ALICE
"งั้นลดาก็ขอเตือนไว้เลยละกันว่าให้อลิสอยู่เฉยๆจะดีกว่า เพราะอลิสก็รู้จักลดาดีหนิ ว่าเวลาที่ลดาโกรธมันเป็นยังไง"
บทสนทนาเมื่อตอนบ่าย ยังคงวนเวียนอยู่ในความคิดของเธอมานับสิบชั่วโมง
ใช่ เพราะเธอรู้จัดลดาดีกว่าใคร รู้จักมากกว่าพี่บงกชหรือแม้แต่พี่นัสริน อลิสรู้ดีว่าผู้หญิงที่มีใบหน้างดงามราวกับพระเจ้าใช้เวลาบรรจงสร้างเธอมากกว่าคนอื่นอย่างลดา ยามรักก็แสนรัก แสนดีจนใจหาย และยามร้าย ก็ร้ายกาจเสียจนเธอแทบขาดใจ
กองประกวด Miss Beauty and Talent Thailand 2001
นางงามทุกคนต้องจับหมายเลขใหม่หลังจากการประกาศผลผู้ผ่านเข้ารอบ 30 คนสุดท้าย
เพื่อนที่รู้จักกันมาตั้งแต่รอบร้อยคนถูกคัดออกไปจนหมดทำให้อลิสต้องมานั่งกินข้าวอยู่คนเดียว
"ขอนั่งด้วยนะ" อลิสเงยหน้าขึ้นมองก่อนจะพยักหน้ารับ
เธอลอบมองผู้หญิงด้านข้างอย่างพินิจ ใบหน้าสวยที่ออกไปทางลูกครึ่งหน่อยๆ ส่วนสูงน่าจะใกล้เคียงกันนกับเธอ ดวงตาคม จมูกโด่งเป็นสันอย่างได้รูป ริมฝีปากบางถูกเคลือบด้วยลิปสติกสีแดง
ถ้าจะชมว่าสวยคงจะน้อยเกินไป ผู้หญิงคนนี้ไม่มีที่ติเลยสักนิด ชื่ออะไรนะ
"เราชื่อลดา อลิสใช่ไหม"
"รู้จักเราด้วยหรอ" เธอถามเมื่อผู้หญิงใบหน้าคมที่พึ่งแนะนำตัวเองว่าชื่อลดาเอ่ยชื่อเธอได้อย่างถูกต้อง
"แหม ก็อลิสเป็นตัวเต็งใครจะไม่รู้จักล่ะ"
อลิสยิ้มรับจางๆ แม้เธอจะไม่ชอบที่ใครต่อใครมองว่าเธอเป็นตัวเต็ง แต่ถ้ามันจะทำให้เธอได้มีเพื่อนนั่งกินข้าวทุกมื้อก็คงไม่เลวเท่าไหร่
นับตั้งแต่วันนั้น ไม่ว่าเธอจะไปไหนทำอะไรก็จะมีลดาอยู่ข้างๆ
นับตั้งแต่วันนั้น วันที่เธอเผลอปล่อยตัวปล่อยใจไปกับคนข้างกาย
และเพราะวันนั้นจึงทำให้เธอมีแผลลึกเกินจะลืมติดตรึงอยู่ในหัวใจ ทั้งความห่วงใย ทั้งความรัก ความสัมพันธ์ทุกอย่างคงเป็นเพียงสิ่งไร้ความหมายที่ลดาจัดฉากขึ้นมาตลอดระยะเวลาไม่กี่เดือนเพื่อให้เธอไว้ใจ การอยู่ข้างเธอตลอดเวลามันจะทำให้หล่อนเด่นตามไปด้วยนั่นคงเป็นสิ่งเดียวที่ลดาต้องการ
เจ็บหลังไม่เท่าไหร่หรอก แต่เธอเจ็บใจมากกว่าที่หลงเชื่อคนหลอกลวง
บางทีการคิดฟุ้งซ่านไปเรื่อยเปื่อย อาจจะช่วยได้มากกว่าการนอนนับแกะ อลิสไม่แน่ใจว่าเธอผลอยหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ จนกระทั่งรับรู้ได้ถึงความเคลื่อนไหวข้างกาย
เธอค่อยๆปรือตาขึ้นมอง แต่ดูเหมือนจะยากกว่าทุกครั้งเพราะพึ่งหลับไปได้ไม่ถึงชั่วโมง
"ลดาทำให้อลิสตื่นหรอ" เสียงคุ้นเคยกระซิบแผ่วอยู่ข้างหูทำให้อลิสลืมความงัวเงียเมื่อครู่ไปเสียสนิท
คงเปล่าประโยชน์ที่จะถามว่าหล่อนเข้ามาได้ยังไง เพราะคนอย่างลดาถ้าคิดจะทำอะไรก็ทำได้ทุกอย่างอยู่แล้ว แค่การแอบเข้ามาในห้องของเธอคงไม่ใช่เรื่องยากอะไร ที่เธอสงสัยก็คือหล่อยมีธุระอะไรในยามวิกาลแบบนี้มากกว่า
"เข้ามาทำไม"
นิ้วเรียวแหวกเสื้อที่คลุมอาบน้ำที่เจ้าของห้องสวมเป็นชุดนอน ปล่อยให้ปลายเล็บสีเข้มกรีดไปเบาๆระหว่างอกเปลือยเปล่า
"ทำไมพูดจาห่างเหินแบบนั้นล่ะ" ขาเรียวยาวที่โผล่พ้นออกมาจากเดรสรัดรูปซีทรูสีดำพาร่างบางขึ้นมานั่งคร่อมทับอยู่บริเวณหน้าท้องแบนราบของอีกคน
"ลดาคิดถึงอลิสนะ"
เสียงแหบพร่าที่ถูกเอ่ยออกมาอย่างจงใจ มันกระตุ้นความคิดความรู้สึกของเธอ ร่างระหงในชุดซีทรูมันชวนให้คิดไปถึงไหนต่อไหน ทุกสัดส่วนของลดายังติดอยู่ในใจเธอทุกห้วงคำนึง
อลิสเม้มเข้าหากันแน่น พยายามข่มใจไม่ให้ตัวเองนึกย้อนไปถึงเรื่องระหว่างเราในอดีต
แต่สายตาเย้ายวนที่ส่งมา ราวกับกำลังกลืนกินเธอเข้าไปช้าๆ
ริมฝีปากสีแดงสด ที่ห่างเพียงแค่คืบมันชวนให้หลงใหล
ปลายนิ้วที่ไล่สัมผัสไปตามลำตัว เหมือนเป็นการผลักให้เธอกลับเข้าไปอยู่ในวังวนเดิมๆ ที่จริงๆเธอไม่เคยหลุดออกมาได้เลยด้วยซ้ำ
เสียงกระซิบแผ่วข้างหูดึงรั้งให้เธอหลงอยู่ในเสน่ห์ของลดาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตกหลุมรักหล่อนนับครั้งไม่ถ้วนราวกับคนโง่ที่เจ็บแล้วไม่รู้จักจำ
ร่างบางของลดาถูกดันให้พลิกกลับลงมานอนราบอยู่กับเตียง แขนทั้งสองข้างที่เคยซุกซนตอนนี้ถูกตรึงไว้เหนือศีรษะ
หล่อนยกยิ้มเบาๆที่มุมปาก ราวกับผู้ได้รับชัยชนะที่มัวเมาเธอได้เหมือนเดิมไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม
"รุนแรงได้แบบนี้ แปลว่าหลังคงหายดีแล้วใช่ไหม"
เล่นกับไฟมันร้อนแค่ไหน เธอรู้ดี
แต่หากเลือกที่จะเป็นน้ำมันแล้ว จะให้กลับไปผสมกับน้ำก็คงจะเป็นไปไม่ได้
"เดี๋ยวก็รู้เอง"
ชิ้นส่วนของชุดคลุมอาบน้ำถูกดึงออกมาโดยเจ้าตัว เปลี่ยนหน้าที่จากการผูกไว้รอบเอวมาพันอยู่รอบข้อมือเล็กเพื่อยึดแขนของคนเจ้าเล่ห์เอาไว้กับหัวเตียง
ริมฝีปากบางบดเบียดเข้าหากันอย่างรุนแรง มันไม่ใช่ความคิดถึง มันยิ่งกว่าความโหยหา
เดรสซีทรูสีเข้มถูกกระชากออกจากร่างบางอย่างไม่ใยดี เป็นความรู้สึกที่มากกว่าเกินกว่าจะบรรยายออกมาได้เป็นคำพูด
ร่างกายทุกส่วนแนบสนิทอย่างยากที่จะแยกออกจากกัน เป็นเหมือนการสาดน้ำมันเข้ากองไฟ ที่พร้อมจะติดตลอดเวลา ไม่ว่าที่ไหน และเมื่อไหร่
"อลิสจะไม่ปล่อยมือลดาจริงๆหรอ" เสียงใสเอ่ยถามแผ่วเบาอย่างเหนื่อยหอบ
หากอลิสยอมปล่อยมือเธอให้เป็นอิสระ ลดาจะดึงหล่อนมากอดไว้แน่นเพื่อระบายความกระสันที่ถูกมอบให้ครั้งแล้วครั้งเล่า
แต่หากคำตอบคือไม่ ลดาก็จะยอมให้หล่อนพาเธอไปที่ไหนก็ได้ที่หล่อนอยากจะไป จะเป็นปุยเมฆที่ลอยละล่องอยู่บนท้องฟ้า หรือดำดิ่งลงไปใต้มหาสมุทรเธอก็ยินดี
"ลองเป็นคนโดนกระทำดูบ้างสิ ลดาอาจจะชอบก็ได้" แทบจะนับครั้งได้ที่ได้เห็นสายตาเจ้าเล่ห์ ราวกับกำลังมีแผนการอะไรบางอย่างอยู่ในใจจากคนอย่างอลิส และนั่นก็เป็นเสน่ห์อีกอย่างที่ทำให้เธอไม่เคยชนะผู้หญิงคนนี้ได้จริงๆสักที
นับไม่ได้ว่ากี่ครั้งที่อลิสรุกเร้าให้เธอเกือบจะขึ้นไปแตะสรวงสวรรค์แล้วก็ดึงเธอลงมา
เหมือนหล่อนจงใจผลักให้เธอตกลงหน้าผา แต่ก็เอื้อมมือไปกระชากที่เธอขึ้นมาอีก
ยิ่งแขนเรียวที่ถูกตรึงเอาไว้ยิ่งทรมานเธอมากขึ้นไปอีก ครั้งแล้วครั้งเล่าที่อลิสปลุกปั่นอารมณ์จนเธอต้องกรีดร้องออกมาเพราะเป็นทางเดียวที่พอจะช่วยผ่อนความรู้สึกทรมานจากกลางลำตัวไปได้บ้าง
อลิสพร่ำจูบจนพอใจไปทั่วทั้งลำตัว แขนเรียวเล็ก ไหล่บางๆ เนินอกที่ขยับขึ้นลงอย่างเหนื่อยหอบ หน้าท้องเป็นลอนจางๆอย่างคนออกกำลังกาย ต้นขาขาวและไล่ลงไปจนถึงปลายเท้า
ก่อนจะปลดปล่อยให้ลดาปะทุอารมณ์ที่อัดอั้นอยู่นานนับชั่วโมง
15 ปีที่แล้วอลิสเคยหลงลดายังไง วันนี้ก็ยังคงเหมือนเดิม
15 ปีที่แล้วอลิสเคยรักลดาแค่ไหน วันนี้ก็ยังไม่เปลี่ยนไป
เพียงแต่... ตอนนี้เธอฉลาดขึ้นนิดหน่อยแล้ว
อลิสลุกขึ้นจากเตียงทั้งที่ยังไม่แก้มัดให้อีกคน สมาร์ทโฟนที่วางอยู่ข้างเตียงถูกหยิบขึ้นมาใช้งาน
"นั่นอลิสจะทำอะไร!" ลดาตะโกนขึ้นมาจนสุดเสียง แต่ก็ดูเหมือนจะเบากว่าปกติอยู่ดี
เพราะเรียวแรงเธอหายไปกับกิจกรรมที่เกิดขึ้นเกือบสองชั่วโมงที่ผ่านมาจนหมดสิ้น
"หยุดเดียวนี้นะ!!"
พลาด! เธอพลาดให้ผู้หญิงคนนี้จนได้ เมื่ออีกคนเดินไปมารอบๆเตียงราวกับจะเก็บภาพเธอให้ครบทุกซอกทุกมุม
ลดาอย่าจะกร่นด่าอีกคนด้วยถ้อยคำที่หยาบคายที่สุด แต่พูดไปก็มีแต่จะเข้าตัว เพราะจะไปโทษอลิสก็ไม่ได้ ในเมื่อเป็นเธอเองที่ดั้นด้นมาหาเรื่องใส่ตัวถึงที่ห้องของหล่อน
ลดาทำได้เพียงหลับตาหนีสภาพที่น่าอับอายของตัวเอง
"ทำหน้าแบบนั้นยิ่งเซ็กซี่นะคะ" น้ำเสียงยั่วเย้าที่หล่อนเอ่ยออกมาอย่างเยาะเย้ยมันทำให้เธออยากจะกรี๊ดออกมาดังๆแต่ก็ทำไม่ได้
"ร้อยสามสิบเจ็ดรูปคงจะพอเนอะ" อลิสพึมพำเบาๆราวกับกำลังพูดให้ตัวเองได้ยินแค่คนเดียว แต่ภายในห้องที่เงียบสงัดขนาดได้ยินแม้แต่เสียงลมหายใจแบบนี้ ทำไมเธอจะไม่ได้ยินล่ะ!
ร้อยกว่ารูป! จะถ่ายไปทำโฟโต้บุ๊ครึไง!!
ทำได้เพียงบ่นในใจเท่านั้นแหละ เกิดอีกคนบ้าทำขึ้นมาจริงๆ คนซวยก็เธอนี่ ไม่ใช่เค้า!
อลิสทิ้งตัวลงนั่งข้างๆเตียง ปลายนิ้วเรียวสัมผัสไล้ไปตามโครงหน้าสวย
"ถึงลดาจะมาดูแลกองประกองในตำแหน่งของพี่นัท แต่ยังไงลดาก็ยังมีประสบการณ์เกี่ยวกับกองประกวดนี้น้อยกว่าอลิสอยู่ดี เพราะฉะนั้น...."
หล่อนเว้นช่วง แล้วเชยปลายคางอีกคนให้หันกลับมาสบตาก่อนจะพูดต่อ
"หลังจากนี้ลดาจะทำอะไร อย่าลืมมาปรึกษาอลิสก่อนนะ"
พูดเพียงแค่นั้นอลิสก็ผละออก แล้วเดินไปทางประตู
"อลิส จะไปไหน อลิส อลิส!!"
ร่างเปลือยก้มลงหยิบชุดคลุมอาบน้ำที่ถูกโยนไปกองอยู่บนพื้นหน้าประตูขึ้นมาใส่
"ไปก็อปปี้ไฟล์ค่ะ เผื่อมีคนมือบอนแอบมาขโมยโทรศัพท์อลิสไป อลิสจะได้ยังมีรูปอยู่"
"อลิส!! มาปล่อยลดาเดี๋ยวนี้นะ อลิสสสส"
_____________________________________
ฮืออออ งานหยาบมาก 555555 แต่งสนอง need ตัวเองล้วนๆ >////<
ติชมกันในคอมเม้นได้นะคะ ในทวิตไม่มีแท็กอ่ะ มันเป็นแค่วันช็อตเนอะ
ปล.พี่อลิสในเรื่องนี้อาจจะไม่ได้อ่อนโยนมุ้งมิ้งเหมือนใน SS2 นะคะขอผสมๆกับ SS1 สักนิดนึง
แซ่บดี คนอ่านจะชอบมั้ยไม่รู้ แต่คนแต่งชอบมาก 55555
twitter : @Liqueur_418
RED LIPS
LADA x ALICE
บทสนทนาเมื่อตอนบ่าย ยังคงวนเวียนอยู่ในความคิดของเธอมานับสิบชั่วโมง
ใช่ เพราะเธอรู้จัดลดาดีกว่าใคร รู้จักมากกว่าพี่บงกชหรือแม้แต่พี่นัสริน อลิสรู้ดีว่าผู้หญิงที่มีใบหน้างดงามราวกับพระเจ้าใช้เวลาบรรจงสร้างเธอมากกว่าคนอื่นอย่างลดา ยามรักก็แสนรัก แสนดีจนใจหาย และยามร้าย ก็ร้ายกาจเสียจนเธอแทบขาดใจ
กองประกวด Miss Beauty and Talent Thailand 2001
นางงามทุกคนต้องจับหมายเลขใหม่หลังจากการประกาศผลผู้ผ่านเข้ารอบ 30 คนสุดท้าย
เพื่อนที่รู้จักกันมาตั้งแต่รอบร้อยคนถูกคัดออกไปจนหมดทำให้อลิสต้องมานั่งกินข้าวอยู่คนเดียว
"ขอนั่งด้วยนะ" อลิสเงยหน้าขึ้นมองก่อนจะพยักหน้ารับ
เธอลอบมองผู้หญิงด้านข้างอย่างพินิจ ใบหน้าสวยที่ออกไปทางลูกครึ่งหน่อยๆ ส่วนสูงน่าจะใกล้เคียงกันนกับเธอ ดวงตาคม จมูกโด่งเป็นสันอย่างได้รูป ริมฝีปากบางถูกเคลือบด้วยลิปสติกสีแดง
ถ้าจะชมว่าสวยคงจะน้อยเกินไป ผู้หญิงคนนี้ไม่มีที่ติเลยสักนิด ชื่ออะไรนะ
"เราชื่อลดา อลิสใช่ไหม"
"รู้จักเราด้วยหรอ" เธอถามเมื่อผู้หญิงใบหน้าคมที่พึ่งแนะนำตัวเองว่าชื่อลดาเอ่ยชื่อเธอได้อย่างถูกต้อง
"แหม ก็อลิสเป็นตัวเต็งใครจะไม่รู้จักล่ะ"
อลิสยิ้มรับจางๆ แม้เธอจะไม่ชอบที่ใครต่อใครมองว่าเธอเป็นตัวเต็ง แต่ถ้ามันจะทำให้เธอได้มีเพื่อนนั่งกินข้าวทุกมื้อก็คงไม่เลวเท่าไหร่
นับตั้งแต่วันนั้น ไม่ว่าเธอจะไปไหนทำอะไรก็จะมีลดาอยู่ข้างๆ
นับตั้งแต่วันนั้น วันที่เธอเผลอปล่อยตัวปล่อยใจไปกับคนข้างกาย
และเพราะวันนั้นจึงทำให้เธอมีแผลลึกเกินจะลืมติดตรึงอยู่ในหัวใจ ทั้งความห่วงใย ทั้งความรัก ความสัมพันธ์ทุกอย่างคงเป็นเพียงสิ่งไร้ความหมายที่ลดาจัดฉากขึ้นมาตลอดระยะเวลาไม่กี่เดือนเพื่อให้เธอไว้ใจ การอยู่ข้างเธอตลอดเวลามันจะทำให้หล่อนเด่นตามไปด้วยนั่นคงเป็นสิ่งเดียวที่ลดาต้องการ
เจ็บหลังไม่เท่าไหร่หรอก แต่เธอเจ็บใจมากกว่าที่หลงเชื่อคนหลอกลวง
บางทีการคิดฟุ้งซ่านไปเรื่อยเปื่อย อาจจะช่วยได้มากกว่าการนอนนับแกะ อลิสไม่แน่ใจว่าเธอผลอยหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ จนกระทั่งรับรู้ได้ถึงความเคลื่อนไหวข้างกาย
เธอค่อยๆปรือตาขึ้นมอง แต่ดูเหมือนจะยากกว่าทุกครั้งเพราะพึ่งหลับไปได้ไม่ถึงชั่วโมง
"ลดาทำให้อลิสตื่นหรอ" เสียงคุ้นเคยกระซิบแผ่วอยู่ข้างหูทำให้อลิสลืมความงัวเงียเมื่อครู่ไปเสียสนิท
คงเปล่าประโยชน์ที่จะถามว่าหล่อนเข้ามาได้ยังไง เพราะคนอย่างลดาถ้าคิดจะทำอะไรก็ทำได้ทุกอย่างอยู่แล้ว แค่การแอบเข้ามาในห้องของเธอคงไม่ใช่เรื่องยากอะไร ที่เธอสงสัยก็คือหล่อยมีธุระอะไรในยามวิกาลแบบนี้มากกว่า
"เข้ามาทำไม"
นิ้วเรียวแหวกเสื้อที่คลุมอาบน้ำที่เจ้าของห้องสวมเป็นชุดนอน ปล่อยให้ปลายเล็บสีเข้มกรีดไปเบาๆระหว่างอกเปลือยเปล่า
"ทำไมพูดจาห่างเหินแบบนั้นล่ะ" ขาเรียวยาวที่โผล่พ้นออกมาจากเดรสรัดรูปซีทรูสีดำพาร่างบางขึ้นมานั่งคร่อมทับอยู่บริเวณหน้าท้องแบนราบของอีกคน
"ลดาคิดถึงอลิสนะ"
เสียงแหบพร่าที่ถูกเอ่ยออกมาอย่างจงใจ มันกระตุ้นความคิดความรู้สึกของเธอ ร่างระหงในชุดซีทรูมันชวนให้คิดไปถึงไหนต่อไหน ทุกสัดส่วนของลดายังติดอยู่ในใจเธอทุกห้วงคำนึง
อลิสเม้มเข้าหากันแน่น พยายามข่มใจไม่ให้ตัวเองนึกย้อนไปถึงเรื่องระหว่างเราในอดีต
แต่สายตาเย้ายวนที่ส่งมา ราวกับกำลังกลืนกินเธอเข้าไปช้าๆ
ริมฝีปากสีแดงสด ที่ห่างเพียงแค่คืบมันชวนให้หลงใหล
ปลายนิ้วที่ไล่สัมผัสไปตามลำตัว เหมือนเป็นการผลักให้เธอกลับเข้าไปอยู่ในวังวนเดิมๆ ที่จริงๆเธอไม่เคยหลุดออกมาได้เลยด้วยซ้ำ
เสียงกระซิบแผ่วข้างหูดึงรั้งให้เธอหลงอยู่ในเสน่ห์ของลดาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตกหลุมรักหล่อนนับครั้งไม่ถ้วนราวกับคนโง่ที่เจ็บแล้วไม่รู้จักจำ
ร่างบางของลดาถูกดันให้พลิกกลับลงมานอนราบอยู่กับเตียง แขนทั้งสองข้างที่เคยซุกซนตอนนี้ถูกตรึงไว้เหนือศีรษะ
หล่อนยกยิ้มเบาๆที่มุมปาก ราวกับผู้ได้รับชัยชนะที่มัวเมาเธอได้เหมือนเดิมไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม
"รุนแรงได้แบบนี้ แปลว่าหลังคงหายดีแล้วใช่ไหม"
เล่นกับไฟมันร้อนแค่ไหน เธอรู้ดี
แต่หากเลือกที่จะเป็นน้ำมันแล้ว จะให้กลับไปผสมกับน้ำก็คงจะเป็นไปไม่ได้
"เดี๋ยวก็รู้เอง"
ชิ้นส่วนของชุดคลุมอาบน้ำถูกดึงออกมาโดยเจ้าตัว เปลี่ยนหน้าที่จากการผูกไว้รอบเอวมาพันอยู่รอบข้อมือเล็กเพื่อยึดแขนของคนเจ้าเล่ห์เอาไว้กับหัวเตียง
ริมฝีปากบางบดเบียดเข้าหากันอย่างรุนแรง มันไม่ใช่ความคิดถึง มันยิ่งกว่าความโหยหา
เดรสซีทรูสีเข้มถูกกระชากออกจากร่างบางอย่างไม่ใยดี เป็นความรู้สึกที่มากกว่าเกินกว่าจะบรรยายออกมาได้เป็นคำพูด
ร่างกายทุกส่วนแนบสนิทอย่างยากที่จะแยกออกจากกัน เป็นเหมือนการสาดน้ำมันเข้ากองไฟ ที่พร้อมจะติดตลอดเวลา ไม่ว่าที่ไหน และเมื่อไหร่
"อลิสจะไม่ปล่อยมือลดาจริงๆหรอ" เสียงใสเอ่ยถามแผ่วเบาอย่างเหนื่อยหอบ
หากอลิสยอมปล่อยมือเธอให้เป็นอิสระ ลดาจะดึงหล่อนมากอดไว้แน่นเพื่อระบายความกระสันที่ถูกมอบให้ครั้งแล้วครั้งเล่า
แต่หากคำตอบคือไม่ ลดาก็จะยอมให้หล่อนพาเธอไปที่ไหนก็ได้ที่หล่อนอยากจะไป จะเป็นปุยเมฆที่ลอยละล่องอยู่บนท้องฟ้า หรือดำดิ่งลงไปใต้มหาสมุทรเธอก็ยินดี
"ลองเป็นคนโดนกระทำดูบ้างสิ ลดาอาจจะชอบก็ได้" แทบจะนับครั้งได้ที่ได้เห็นสายตาเจ้าเล่ห์ ราวกับกำลังมีแผนการอะไรบางอย่างอยู่ในใจจากคนอย่างอลิส และนั่นก็เป็นเสน่ห์อีกอย่างที่ทำให้เธอไม่เคยชนะผู้หญิงคนนี้ได้จริงๆสักที
นับไม่ได้ว่ากี่ครั้งที่อลิสรุกเร้าให้เธอเกือบจะขึ้นไปแตะสรวงสวรรค์แล้วก็ดึงเธอลงมา
เหมือนหล่อนจงใจผลักให้เธอตกลงหน้าผา แต่ก็เอื้อมมือไปกระชากที่เธอขึ้นมาอีก
ยิ่งแขนเรียวที่ถูกตรึงเอาไว้ยิ่งทรมานเธอมากขึ้นไปอีก ครั้งแล้วครั้งเล่าที่อลิสปลุกปั่นอารมณ์จนเธอต้องกรีดร้องออกมาเพราะเป็นทางเดียวที่พอจะช่วยผ่อนความรู้สึกทรมานจากกลางลำตัวไปได้บ้าง
อลิสพร่ำจูบจนพอใจไปทั่วทั้งลำตัว แขนเรียวเล็ก ไหล่บางๆ เนินอกที่ขยับขึ้นลงอย่างเหนื่อยหอบ หน้าท้องเป็นลอนจางๆอย่างคนออกกำลังกาย ต้นขาขาวและไล่ลงไปจนถึงปลายเท้า
ก่อนจะปลดปล่อยให้ลดาปะทุอารมณ์ที่อัดอั้นอยู่นานนับชั่วโมง
15 ปีที่แล้วอลิสเคยหลงลดายังไง วันนี้ก็ยังคงเหมือนเดิม
15 ปีที่แล้วอลิสเคยรักลดาแค่ไหน วันนี้ก็ยังไม่เปลี่ยนไป
เพียงแต่... ตอนนี้เธอฉลาดขึ้นนิดหน่อยแล้ว
อลิสลุกขึ้นจากเตียงทั้งที่ยังไม่แก้มัดให้อีกคน สมาร์ทโฟนที่วางอยู่ข้างเตียงถูกหยิบขึ้นมาใช้งาน
"นั่นอลิสจะทำอะไร!" ลดาตะโกนขึ้นมาจนสุดเสียง แต่ก็ดูเหมือนจะเบากว่าปกติอยู่ดี
เพราะเรียวแรงเธอหายไปกับกิจกรรมที่เกิดขึ้นเกือบสองชั่วโมงที่ผ่านมาจนหมดสิ้น
"หยุดเดียวนี้นะ!!"
พลาด! เธอพลาดให้ผู้หญิงคนนี้จนได้ เมื่ออีกคนเดินไปมารอบๆเตียงราวกับจะเก็บภาพเธอให้ครบทุกซอกทุกมุม
ลดาอย่าจะกร่นด่าอีกคนด้วยถ้อยคำที่หยาบคายที่สุด แต่พูดไปก็มีแต่จะเข้าตัว เพราะจะไปโทษอลิสก็ไม่ได้ ในเมื่อเป็นเธอเองที่ดั้นด้นมาหาเรื่องใส่ตัวถึงที่ห้องของหล่อน
ลดาทำได้เพียงหลับตาหนีสภาพที่น่าอับอายของตัวเอง
"ทำหน้าแบบนั้นยิ่งเซ็กซี่นะคะ" น้ำเสียงยั่วเย้าที่หล่อนเอ่ยออกมาอย่างเยาะเย้ยมันทำให้เธออยากจะกรี๊ดออกมาดังๆแต่ก็ทำไม่ได้
"ร้อยสามสิบเจ็ดรูปคงจะพอเนอะ" อลิสพึมพำเบาๆราวกับกำลังพูดให้ตัวเองได้ยินแค่คนเดียว แต่ภายในห้องที่เงียบสงัดขนาดได้ยินแม้แต่เสียงลมหายใจแบบนี้ ทำไมเธอจะไม่ได้ยินล่ะ!
ร้อยกว่ารูป! จะถ่ายไปทำโฟโต้บุ๊ครึไง!!
ทำได้เพียงบ่นในใจเท่านั้นแหละ เกิดอีกคนบ้าทำขึ้นมาจริงๆ คนซวยก็เธอนี่ ไม่ใช่เค้า!
อลิสทิ้งตัวลงนั่งข้างๆเตียง ปลายนิ้วเรียวสัมผัสไล้ไปตามโครงหน้าสวย
"ถึงลดาจะมาดูแลกองประกองในตำแหน่งของพี่นัท แต่ยังไงลดาก็ยังมีประสบการณ์เกี่ยวกับกองประกวดนี้น้อยกว่าอลิสอยู่ดี เพราะฉะนั้น...."
หล่อนเว้นช่วง แล้วเชยปลายคางอีกคนให้หันกลับมาสบตาก่อนจะพูดต่อ
"หลังจากนี้ลดาจะทำอะไร อย่าลืมมาปรึกษาอลิสก่อนนะ"
พูดเพียงแค่นั้นอลิสก็ผละออก แล้วเดินไปทางประตู
"อลิส จะไปไหน อลิส อลิส!!"
ร่างเปลือยก้มลงหยิบชุดคลุมอาบน้ำที่ถูกโยนไปกองอยู่บนพื้นหน้าประตูขึ้นมาใส่
"ไปก็อปปี้ไฟล์ค่ะ เผื่อมีคนมือบอนแอบมาขโมยโทรศัพท์อลิสไป อลิสจะได้ยังมีรูปอยู่"
"อลิส!! มาปล่อยลดาเดี๋ยวนี้นะ อลิสสสส"
_____________________________________
ฮืออออ งานหยาบมาก 555555 แต่งสนอง need ตัวเองล้วนๆ >////<
ติชมกันในคอมเม้นได้นะคะ ในทวิตไม่มีแท็กอ่ะ มันเป็นแค่วันช็อตเนอะ
ปล.พี่อลิสในเรื่องนี้อาจจะไม่ได้อ่อนโยนมุ้งมิ้งเหมือนใน SS2 นะคะขอผสมๆกับ SS1 สักนิดนึง
แซ่บดี คนอ่านจะชอบมั้ยไม่รู้ แต่คนแต่งชอบมาก 55555
twitter : @Liqueur_418